วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัสดุปูพื้นบ้านยอดนิยม


 วัสดุปูพื้นบ้านยอดนิยม

วัสดุที่ใช้ในการปูพื้นตามท้องตลาดมีอยู่มากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป การจะตัดสินใจเลือกใช้ก็ควรคำนึงถึงความต้องการและประโยชน์ในการใช้สอยนะคะ วันนี้เราขอเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของคุณ ด้วย 9 วัสดุปูพื้นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันค่ะ
1. ไม้ เป็นวัสดุพื้นฐานที่ใครๆก็นึกเอามาทำงานปูพื้น เพราะไม้ให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่น และดูมีราคา ไม้ส่วนมากที่นำมาใช้เป็นไม้เนื้อแข็ง จำพวกไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้จากต่างประเทศ หรือไม้เนื้ออ่อนอย่างไม้สัก  ซึ่งให้ลวดลายสวยงาม ราคาพื้นไม้นี้จะแพง แต่ให้ความรู้สึกดีมาก ให้ผิวสัมผัสที่ดี คงทน  แต่เนื่องจากในปัจจุบันไม้
เป็นวัสดุที่หายาก มีราคาแพง จึงมีการใช้วัสดุอื่นมาทดแทนไม้แผ่น เช่น ปาร์เก้ ลามิเนต เป็นต้น ในการใช้พื้นไม้จะต้องระวังเรื่องความชื้น ถ้าเปียกต้องรีบเช็ดและระวังรอยขีดข่วนอาจเกิดขึ้นง่าย นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องการยืดหดตัวด้วย ปัจจุบันการปูพื้นจะปูทับลงไปบนพื้นคอนกรีตเลย ทำให้ไม่มีเสียงดังเวลาเดิน 


2. ไม้ปาร์เก้ คือชิ้นไม้เล็ก ๆที่ทำมาจากไม้จริงนั่นเอง แต่มีขนาดเล็กกว่าไม้พื้นชนิดแผ่นมาก จึงมีราคาถูกกว่า เพราะสามารถใช้เศษไม้ที่เหลือจากการทำไม้แผ่น มีทั้งแบบเข้าลิ้นรอบ และไม่เข้าลิ้น สามารถเลือกรูปแบบลวดลายในการปูได้ สิ่งที่ต้องระวังในการปูก็คือคอนกรีตจะต้องแห้งสนิท พร้อมทำกันซึมไว้ด้วย กาวจะต้องดี ปูปาเก้แล้วต้องทิ้งไว้นาน ๆ เพื่อให้กาวแห้งก่อนขัดพื้น และต้องไม่อัดแผ่นปาเก้แน่นเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจโก่งงอระเบิดได้เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง


3. ไม้ลามิเนต  เป็นวัสดุปูพื้นที่มาทดแทนไม้จริงและไม้ปาร์เก้ โดยมีข้อดีกว่าในแง่เวลาการติดตั้งที่รวดเร็วกว่า ผิวหน้าสามารถทนทาน ต่อรอยขูดขีด แรงกดกระแทกได้ดีกว่า และสามารถเลือกสีผิวหน้าให้เป็นลวดลายที่ต้องการได้ ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ทนต่อสารเคมี และไม่ติดไฟ พื้นไม่เก็บฝุ่นและเชื้อโรค ทำความสะอาดได้ง่าย นอกจากนี้การติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตมีความง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถปูซ้ำใหม่ได้ทันทีหากต้องการโยกย้าย แต่ข้อเสียของพื้นไม้ลามิเนต  คือ ไม่สามารถทำการขัดสีผิวหน้าของพื้นไม้ลามิเนตออกแล้วย้อมสีใหม่เหมือนกับไม้จริง และอายุการใช้งานน้อยเพียง 10-15 ปี


4. กระเบื้องเซรามิค มีให้เลือกมากมายทั้งรูปแบบ ลวดลาย สีสันและราคา แข็งแกร่ง ทนทาน กันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย ติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายใน ใช้ปูบนพื้นคอนกรีต ที่ไม่จำเป็นต้องแห้งสนิท แต่ต้องกันซึมไว้เรียบร้อย การปูกระเบื้องเล่นลาย เป็นสิ่งที่ต้องระวังมาก เพราะกระเบื้องแต่ละแผ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีขนาดและความหนา ไม่เท่ากัน ทำให้ปัญหาของการปูกระเบื้องก็คือกระเบื้องมักขาดตลาดในลายที่ต้องการ และหากเสียหาย แตกหักภายหลัง จะหา มาทดแทน ไม่ได้ จึงควรเก็บสต็อคกระเบื้องที่ใช้ไว้บ้าง กระเบื้องเซรามิคให้ความรู้สึกค่อนข้างแข็ง และเย็นเท้า จึงไม่เหมาะกับการใช้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น แต่จะไปใช้ในห้องครัวหรือห้องน้ำมากกว่า


5. กระเบื้องยาง กระเบื้องยางนั้นทำจากยางพีวีซีค่ะ เปรียบเทียบกับกระเบื้องเคลือบแล้วกระเบื้องยางมีข้อดี คือประหยัดกว่าและให้สัมผัสที่นุ่มนวลกว่า ติดตั้งและปรับเปลี่ยนง่าย ราคาต่ำ แต่ข้อเสียคือ พื้นผิวยางสึกหรอและเป็นรอยขีดข่วนง่าย หลุดล่อนง่ายแต่ก็ซ่อมแซมได้ง่าย อายุใช้งานสั้น พื้นผิวที่จะปูกระเบื้องยางต้องราบเรียบเสมอกัน เพราะกระเบื้องจะเป็นลอนได้ แต่กระเบื้องยางมักไม่นิยมใช้ปูในบ้านเพราะความรู้สึกดูไม่หรูหราภูมิฐาน จะใช้ในสำนักงานมากกว่า เพราะเหมาะกับงานที่ต้องการความประหยัดและรวดเร็ว


6. พรม ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มสบายเท้า ดูหรูหรา เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องพักผ่อน มีให้เลือกหลายชนิด อาทิ ขนสัตว์ ไนล่อน ใยสังเคราะห์ พรมช่วยดูดซับเสียง เป็นฉนวนชั้นดี ติดตั้งง่าย มีทั้งแบบเป็นผืนใหญ่และแผ่นเล็กที่สะดวกต่อการซ่อมแซมเป็นแผ่นๆไป แต่ข้อเสียคือ ติดไฟง่าย เก็บความชื้นบำรุงรักษายาก และมีอายุการใช้งานสั้น หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศบ่อยๆ หรือเร่งงานก่อสร้าง พรมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีค่ะ


7. หินอ่อน-หินแกรนิต เป็นหินธรรมชาติ มีความแข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะหินแกรนิตจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าหินอ่อน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดูแลรักษาง่าย ให้ความประณีตสวยงามเนื่องจากแนวเส้นรอยต่อระหว่างแผ่นมีขนาดเล็ก มีสีสันให้เลือกมากมาย  ดูหรูหรา เหมาะกับห้องรับแขก หินอ่อนไม่เหมาะกับภายนอก แต่หินแกรนิตปูได้ทั้งภายในและภายนอก เป็นของที่นิยมใช้กันมากขึ้นเพราะราคาเริ่มใกล้เคียงกับวัสดุปูพื้นอย่างอื่น ข้อเสียของวัสดุชนิดนี้ คือมีราคาแพง ให้ความรู้สึกที่แข็งกระด้างไม่นุ่มนวล เกิดริ้วรอย และเปรอะเปื้อนได้ง่าย และยังมีปัญหาเรื่องความลื่นเมื่อถูกน้ำ จึงต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย


8. หินขัด เป็นวัสดุที่สามารถสร้างลวดลายสีสันได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของหิน ขนาดของหิน และสีที่ผสมลงไป แข็งแรง ทนทานมาก ดูแลรักษาง่าย มีลวดลายในตัวจึงไม่ค่อยสกปรกง่าย ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ในปัจจุบันได้มีการผลิตพื้นหินขัดในลักษณะที่เป็นแผ่นสำเร็จรูป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการนำมาปูพื้นและทำให้สามารถออกแบบสลับลวดลายต่างๆ ได้ แต่ปัจจุบันตามบ้านเรือนทั่วไปไม่ค่อยนิยมทำพื้นหินขัดกันแล้วเพราะมีวัสดุทดแทนที่ให้ความสวยงามหรูหราและดูมีรสนิยมกว่า อีกทั้งการออกแบบลวดลายและสีสันให้แก่พื้นหินขัดก็ทำได้อย่างจำกัด แต่ก็ยังสามารถพบเห็นพื้นหินขัดได้ตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ เนื่องจากให้ความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย และราคาไม่แพง


9. พื้นอีพ็อกซี่ เป็นสารที่ใช้เคลือบผิวพื้นปูนอีกที ปกป้องรักษาพื้นผิวไม่ให้แตกร้าว มีคุณสมบัติพิเศษคือ พื้นไร้รอยต่อ แข็งแกร่งรับน้ำหนักได้ดีทนทานต่อกรด ด่าง และสารเคมีทุกชนิด ปราศจากฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา มีหลายสีให้เลือกและทำผิวได้หลายแบบทั้ง ผิวเรียบมัน ผิวหยาบ ผิวมันเงาและผิวด้าน มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดิบ เท่ ปัจจุบันก็มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในบ้านและสำนักงานค่ะ


ปัจจุบันมีวัสดุใหม่ๆที่ถูกผลิตขึ้นทุกวันค่ะ ซึ่งก็มีความแปลกใหม่แตกต่างกันไป แต่ในการจะนำมาใช้ในบ้านเราให้เหมาะสมนั้น ก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจนำมาใช้นะคะ นอกจากนั้นยังต้องหมั่นดูแลรักษาให้ถูกวิธี เพื่อให้พื้นสวยสะอาดอยู่กับบ้านเราไปนานๆ...






ที่มา http://www.forfur.com/blog/detail/146/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อีพ็อกซี่

อีพ็อกซี่ หรือ polyepoxide เป็น thermosetting polymer เกิดจากปฏิกิริยาของเรซินกับ hardener อีพ็อกซี่มีหลากหลายคุณประโยชน์ใช้สอยในการทำงานทั่วไป อีพ็อกซี่ epoxy เป็นโคโพลิเมอร์ ที่จะเกิดจากสารเคมีที่แตกต่างกันสองสิ่ง เหล่านี้เรียกว่าเรซิน และ hardener เรซินประกอบด้วยโมโนเมอร์ หรือพอลิเมอกลุ่มพอกไซด์ ส่วนใหญ่แล้วเรซิ่นอีพ๊อกซี่ทั่ว ไปจะเกิด จากปฏิกิริยาระหว่าง epichlorohydrin และ Bisphenol – A แต่หลังอาจถูกแทนที่ด้วยสารเคมีที่คล้าย hardener ประกอบด้วยโมโนเมอร์พอลิเอเช่น Triethylenetetramine (TETA) เมื่อสารเหล่านี้ผสมกัน กลุ่มละลายทำปฏิกิริยากับกลุ่มพอกไซด์ในรูปแบบโควาเลนต์ แต่ละกลุ่ม NH สามารถทำปฏิกิริยา กับกลุ่มพอกไซด์เพื่อให้โพลิเมอร์ออกผลเป็นอย่างมากกระบวนการพอลิเมอเรียกว่า”บ่ม”และสามารถ ควบคุมโดยอุณหภูมิและทางเลือกของเรซินและสาร hardener กระบวนการอีพ็อกซสามารถใช้เวลา เป็นนาทีหรือชั่วโมง

ความพยายามเชิงพาณิชย์ครั้งแรก ในการเตรียมเรซินจาก epichlorohydrin ได้ทำในปี 1927 ในสหรัฐอเมริกา เป็นผลงานการ สังเคราะห์แรกของเรซินอีพอกซี่ Bisphenol-A-based โดย ดร. Pierre Castan ของสวิตเซอร์แลนด์และ ดร. SO Greenlee ของสหรัฐอเมริกาในปี 1936 งานของ ดร. Castan ได้รับอนุญาตจาก Ciba, Ltd. ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่ง ก็กลายเป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตอีพอกซี่ทั่วโลก ธุรกิจอีพอกซี่ Ciba ถูกปั่นราคาและขายต่อไปในปลายปี 1990 และเป็น business unit of Huntsman Corporationของสหรัฐอเมริกา ดร. Greenlee ของบริษัท Devoe – Reynolds จากสหรัฐอเมริกา Devoe - Reynolds ซึ่งบริหารงานขาย อีพ็อกซี่ทั่วโลก ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเรซิ่นอีพ็อกซี่ถูกขายให้กับ Shell เคมีคอลซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก

อีพ็อกซี่ สามารถใช้งานได้กว้างขวางและรวมถึงการเคลือบกาวและวัสดุประกอบเช่นคาร์บอนไฟเบอร์และการ เพิ่มกำลังไฟเบอร์กลาส (แม้ว่าโพลีเอสเตอร์ ไวนิลและเม็ด thermosetting อื่น ๆยังใช้สำหรับพลาสติกเสริมใยแก้ว) เคมีของอีพ็อกซี่และช่วงของการเปลี่ยนแปลงในเชิงพาณิชย์จะช่วยให้สามารถรักษา โพลิเมอร์ที่จะผลิตมีความหลากหลายคุณสมบัติ โดยทั่วไปอีพ็อกซี่ เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับยึดเกาะทางเคมีและความต้านทานความร้อนดีต่อคุณสมบัติเชิงกลที่ดีและดีมากสำหรับคุณสมบัติฉนวนไฟฟ้า คุณสมบัติหลายอย่างที่อีพ็อกซี่สามารถแก้ไขได้แม้กระทั่งอีพ็อกซี่กับฉนวนกันความร้อนสูงหรือ การนำความร้อนรวมกับความต้านทานไฟฟ้าสูงสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์ งานกันซึม
พื้น Epoxy มีความหลากหลายด้านพื้นผิว เช่น ผิวเรียบมัน, ผิวหยาบ, ผิวเรียบออกด้าน, ผิวมันเงา,ผิวด้าน เพื่อความเหมาะสมกับการใช้งาน จุดสำคัญไม่ดูดซึมซับน้ำมันเครื่องต่างๆ ทนน้ำ ทนกรด ทนด่าง ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ และเป็นฉนวนไฟฟ้า สามารถทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย มีความทนทานแข็งแรง อายุการใช้งานยาวนาน รองรับน้ำหนักการงานได้ดี ปกป้องรักษาพื้นผิวไม่ให้แตกร้าว เหมาะสำหรับ 

- พื้นที่โกดัง, ห้องเก็บสินค้า (Stock) 
- มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักการใช้งานของ
  รถโฟล์คลิฟท์แฮนลิฟท์ และรถเข็นได้เป็นอย่างดี
- ป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่น 100%
- ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย
- ปกป้องรักษาซีเมนต์ไม่ให้แตก
- มีหลายลักษณะพื้นผิวเพื่อความเหมาะสมกับการใช้งาน
- ผิวสีคงทนแข็งแรงสวยงาม 

ทางเดิน พื้นที่บริเวณภายนอก
- เป็นพื้นที่ไม่มีรอยต่อ ผิวเรียบมัน มีความเงางาม 
- ช่วยให้สภาพแวดล้อมในการทำงานสะดวกขึ้น
- คุณสมบัติพิเศษทนน้ำ ทนความชื้น ทนต่อสภาพภูมิอากาศภายนอก
- สามารถติดกับพื้นผิวเดิมได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆมีพื้นที่การใช้งานที่แตกต่างกันออกไปทางบริษัทจึงได้รับทำเรื่องการซ่อมบำรุงหรือปรับสภาพพื้นให้เหมาะกับการใช้งาน งานซ่อมบำรุงและการดูแลในส่วนของพื้น Concrete ทั้งภายในและภายนอก เป็น อีพ็อกซี่ 2 ส่วนผสมสำหรับเคลือบพื้นผิว

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นละอองให้ความเงางามทำความสะอาดง่ายมีหลายสีให้เลือกใช้ลักษณะงานเหมาะกับ  อุตสาหกรรมเบาทุกประเภท พื้นอาคารสำนักงาน ทางเดินพื้นที่ต้องการหลีกเลี่ยง การเกิดความเสียหายจากกรด และ ด่างชนิดอ่อนเชื้อรา ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก

Epoxy Coating เหมาะสำหรับ โรงงานที่ต้องการปราศจากฝุ่นและเชื้อโรค พื้นโรงงานชนิดที่ไม่ Heavy durty บ่อเก็บน้ำบ่อบำบัดน้ำเสียพื้นและผนังคอนกรีตในโรงงานอุดสาหกรรม สำหรับโกดังสินค้า ห้างสรรพสินค้า ลานเอนกประสงค์ พื้นสนามกีฬา พื้น PU สำหรับงานประเภทเคลือบโครงสร้างเหล็ก ท่อต่างๆ และผนังสำหรับงานตีเส้นจราจรและเส้นต่างๆ 



1. พื้น EPOXY งานกันซึม และพื้นอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับพื้นศูนย์บริการ ซ่อมรถยนต์และศูนย์ซ่อมยานพาหนะต่างๆ สำหรับพื้นโรงงาน ตีเส้นจราจร โกดังสินค้า และสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการ ความสะอาด ความสวยงาม (ยินดี
 ให้คำปรึกษาในด้านการเตรียมพื้นคอนกรีต ) งานกันซึมดาดฟ้า คอนกรีต, หลังคาโรงงาน, หลังคาเหล็กรีดลอน และระบบกันซึมชนิดต่างๆ

2.พื้นป้องกันสารเคมีโดยเฉพาะ สำหรับพื้นที่ๆต้องการป้องกันกรด ด่าง และสารเคมีต่างๆ โดย เฉพาะ 

คุณสมบัติพิเศษของ Epoxy Coating
- ทำความสะอาดง่าย
- Dust Proof ทำให้ผิวซีเมนต์ปราศจากฝ่น 100%
- ราคาประหยัด เหมาะสำหรับพื้นที่การใช้งานไม่หนัก
- ผิวสีสวยงาม
- เคลือบทำความหนาได้ 300-600 ไมครอน